การเสด็จพระราชดำเนินครั้งแรก:ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๘- วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๐๒ สถานที่สำนักงานเทศบาลตะกั่วป่า,โรงเรียนวัดเหมืองประชาราม ,วัดสุวรรณคูหา ,ศาลากลางจังหวัดพังงา , ที่ว่าการอำเภอทับปุด
วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๐๒ เวลา ๐๗.๓๔ น.พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากที่ประทับแรมจังหวัดระนองถึงบริเวณเขตติดต่อระหว่างจังหวัดระนองและพังงา เวลา ๑๐.๓๒ น. จากนั้นถึงสำนักงานเทศบาลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เมื่อเวลา ๑๒.๓๐ น. ทรงเยี่ยมราษฎร ที่มารับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก และทรงพระราชปฏิสันการกับราษฎรอย่างใกล้ชิดเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดกราบบังคมทูลเบิกนายอำเภอตะกั่วป่าเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงเยี่ยมและรับของทูลเกล้าฯ ถวาย ในตอนหนึ่งทรงตรัสถาม ราษฎรชายชราวัย ๙๙ ปี และหญิงชราวัย ๘๙ ปี ว่า "ลูกหลานเลี้ยงดูหรือไม่" และมีรับสั่งว่าให้ลูกหลานเลี้ยงดูให้ดีด้วย นอกจากนั้นยังมีราษฎรทูลเกล้าฯถวายพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงอุ้มพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รับสั่งว่า "ตอนนี้อายุ 3 ขวบแล้ว" (ในขณะนั้น) หลังจากเสวยพระกระยาหารกลางวัน ณ สำนักงานเทศบาลเมืองตะกั่วป่าแล้ว เวลา ๑๔.๐๖ น.เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่โรงเรียนวัดเหมืองประชาราม อำเภอท้ายเหมือง แล้วเสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังท่านุ่น เพื่อประทับแพขนานยนต์เสด็จพระราชดำเนินไปยังจังหวัดภูเก็ต ถึงบ้านท่านุ่นในเวลา ๑๖.๒๕ น.
วันพฤหัสบดีที่๑๒ มีนาคม ๒๕๐๒ เวลา ๐๘.๑๕ น. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนินจากจังหวัดภูเก็ตมายังจังหวัดพังงา นายชู สุคนธมัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ทูลเกล้าฯ ถวายพระแสงราชศัสตราประจำเมือง ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่เฝ้ารอรับเสด็จ จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังวัดสุวรรณคูหา อำเภอตะกั่วทุ่ง ทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎร แม่ชีคนหนึ่งได้ผูกข้อพระกรถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และอีกคนหนึ่งได้สวมแหวนมงคล กันภัยนานาชนิดถวายอีกวงหนึ่ง
เวลา ๑๑.๐๕ น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลากลางจังหวัดพังงา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กราบบังคมทูลเบิกข้าราชการและราษฎรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมีพระราชดำรัสตอบขอบใจ และทรงยินดีที่ทราบว่าการทำอาชีพของจังหวัดพังงาในปีนี้ได้ผลดี แล้วพระราชทานพรให้อยู่เป็นสุขทั่วกัน จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่รอรับเสด็จ เวลา ๑๓.๒๒ น.หลังจากเสวยพระกระยาหารกลางวันแล้วได้เสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังที่ว่าการอำเภอทับปุด ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ประมาณ ๔๐ นาทีจึงเสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังจังหวัดกระบี่
การเสด็จพระราชดำเนินครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๑๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๑๖ สถานที่อ่าวพังงา, ถ้ำลอด, เกาะปันหยี, ถ้ำฤาษี, กิ่งอำเภอเกาะยาว (อำเภอเกาะยาวในปัจจุบัน)
วันที่๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๑๖ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ( ขณะดำรงพระอิสริยศักดิ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ ) สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือรบหลวงถึงอ่าวพังงา มีนายมนัส เจริญประสิทธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกและคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดเฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรอ่าวพังงา ป่าชายเลน และถ้ำลอดโดยเรือพระที่นั่ง "นงพงา" ที่ทางจังหวัดจัดถวายระหว่างเรือล่องอยู่บริเวณอ่าวพังงา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ประทับอยู่ที่หัวเรือ เพื่อทอดพระเนตรทัศนียภาพ ทรงทราบข่าวทางวิทยุสื่อสารว่า มีราษฎรมารอรับเสด็จบริเวณเกาะปันหยีเป็นจำนวนมาก จึงมีพระราชกระแสรับสั่งว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปเกาะปันหยีด้วย เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงโรงเรียนเกาะปันหยี มีราษฎรมารับเสด็จเป็นจำนวนมาก พระราชทานเครื่องแบบนักเรียนแก่นักเรียนที่เข้าเฝ้าฯ และมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรที่มารับเสด็จอย่าง ทั่วถึง สร้างความปลาบปลื้มแก่ผู้ที่มารับเสด็จเป็นอย่างมากหลังจากทรงเยี่ยมราษฎรบนเกาะปันหยีแล้วเรือพระที่นั่งได้กลับมาเทียบท่าเรือ ที่ด่านศุลกากรจังหวัดพังงา จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่บริเวณ ถ้ำฤาษีซึ่งมีประชาชนจำนวนมากมารอรับเสด็จ ได้เสวยพระกระยาหารกลางวันที่จังหวัดจัดถวายบริเวณถ้ำฤๅษี หลังจากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรอย่างทั่วถึงและทรงปลูก ต้นไม้เป็นที่ระลึกด้วย แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับเพื่อประทับ ณ เรือรบหลวง
วันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๑๖ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ขณะดำรงพระอิสริยศักดิ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์) สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่กิ่งอำเภอเกาะยาว (อำเภอเกาะยาวในปัจจุบัน) จังหวัดพังงาเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายประกอบ ดุลยไพรี หัวหน้ากิ่งอำเภอเกาะยาวกราบบังคมทูลถวายรายงานโดยมีโต๊ะครูแอ ซึ่งเป็นผู้นำศาสนาและราษฎรเฝ้าฯ รอรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก จากนั้นทรงพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรที่เข้าเฝ้าฯ เป็นจำนวนมาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้พระราชทานเครื่องแบบนักเรียนแก่นักเรียนบนกิ่งอำเภอเกาะยาว ที่ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและยังความปลาบปลื้มมาสู่ราษฎรและนักเรียนอย่างล้นพ้นเมื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเสร็จสิ้น จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับสู่เรือรบหลวงเสวยพระกระยาหารบนเรือรบหลวง และเสด็จพระราชดำเนินกลับ
พระมหากรุณาธิคุณผ่านมูลนิธิชัยพัฒนาถึงจังหวัดพังงา
เป็นที่ทราบกันดีว่าทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปจังหวัดต่าง ๆ นอกจากจะปฏิบัติพระราชกรณียกิจแล้วยังทรงเยี่ยมราษฎร ทุกพื้นที่ที่เสด็จพระราชดำเนินไป ทรงรับทราบปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นและด้วยพระมหากรุณาธิคุณทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง "มูลนิธิชัยพัฒนา" ขึ้นโดยทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในด้านการพัฒนาต่าง ๆ ในกรณีที่รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ทันทีด้วยข้อจำกัดในด้านงบประมาณและระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องอยู่ใต้ข้อจำกัดใด ๆ อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนาเกิดความสมบูรณ์ขึ้น
จังหวัดพังงาเป็นอีกจังหวัดที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในหลาย ๆ ด้านผ่าน มูลนิธิชัยพัฒนา เช่น โครงการศึกษาทดลองเพาะปลูกพันธุ์ปาล์มน้ำมันและเกษตรผสมผสาน ตำบลบางวัน โครงการพัฒนาโรงพยาบาลชุมชน โครงการ ติดตั้งใบเรือเพื่อทำการประมง
โครงการศึกษาทดลองเพาะปลูกพันธุ์ปาล์มน้ำมันและเกษตรผสมผสาน ตำบลบางวัน เนื่องจากจังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัย เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗ ทำให้ประชาชนหลายครอบครัวไร้ที่อยู่อาศัย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชกระแสให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการจัดหาพื้นที่สำหรับก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้ประสบภัย และพื้นที่สำหรับทำการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและ พัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดียิ่งขึ้น
ต่อมาทางมูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสนองพระราชดำริ พบว่ามีพื้นที่ที่สามารถเข้าทำประโยชน์ได้ ได้แก่ พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ เทือกเขานมสาว ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เนื้อที่รวม ๘๐๐ ไร่ จึงนำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้พระราชทานพระราชวินิจฉัยเห็นชอบให้ดำเนินการขอใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวจากกรมป่าไม้ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาได้เข้าสำรวจพื้นที่และดำเนินการจัดสรรที่ดินเพื่อปลูกปาล์มน้ำมันและทำการเกษตรผสมผสาน นอกจากนี้ทางโครงการยังได้คัดเลือกตัวแทนกลุ่มเกษตรกร ส่งเสริมและอบรมความรู้เกี่ยวกับวิชาการเกษตรเพื่อจะนำความรู้ที่ได้ถ่ายทอดต่อไปยังผู้ร่วมโครงการ
โครงการพัฒนาโรงพยาบาลชุมชน เมื่อ วันที่ ๒๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ของมูลนิธิชัยพัฒนา ในพื้นที่จังหวัดพังงา และได้มีพระราชกระแสให้มูลนิธิดำเนินการสำรวจหาโรงพยาบาล ที่กรุดโทรมที่ต้องการการพัฒนาดังเช่นโรงพยาบาล คุระบุรี จังหวัดพังงา
วันที่ ๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๙
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานอนุมัติให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการพัฒนาโรงพยาบาลกะปง ตำบลเหมาะ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา และโรงพยาบาลเกาะยาว ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ให้เป็นโรงพยาบาล ชุมชนที่มีมาตรฐาน โดยโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลกะปง มอบหมายให้ กรมการทหารช่าง กองทัพบก รับผิดชอบในการดำเนินการ และงานก่อสร้างโรงพยาบาลเกาะยาว มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดพังงา กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการโดยดำเนินการจัดสร้างอาคารใหม่ รื้อถอน ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารที่ชำรุด ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค และจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาให้โรงพยาบาลกะปง และโรงพยาบาลเกาะยาว เป็นโรงพยาบาลชุมชนที่ให้บริการราษฎรใน พื้นที่ได้อย่างมีมาตรฐาน
โครงการติดตั้งใบเรือเพื่อทำการประมง
มูลนิธิชัยพัฒนาร่วมกับกรมประมงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบอาชีพทำประมงที่บ้านคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ให้ทำการติดตั้งใบเรือและแนะนำวิธีการทำการประมงเชิงอนุรักษ์อย่างครบวงจร คือการขยายพันธุ์รักษาสภาพแวดล้อมในพื้นที่ทำกิน เฝ้าระวังความเสียหายของพื้นที่ ตลอดจนการตลาดเพื่อให้ชาวประมงขายสัตว์น้ำได้ในราคาที่เป็นธรรมโดยเฉพาะใน ด้านการตลาดนั้นได้มีการจัดตั้งกลุ่มตลาดกลางสัตว์น้ำ ตำบลคลองเคียนโดยชาวประมงในพื้นที่เพื่อลดปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำและการเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้สินจากการทำประมงของสมาชิกการดำเนินงานของกลุ่ม คือ การรวบรวมผลผลิตสัตว์น้ำจากสมาชิก จำหน่ายให้ผู้รับซื้อโดยวิธีประมูล ทำให้ได้ราคาสูงขึ้น ปันผลรายได้กลับคืนสู่สมาชิกโดยหักเข้ากลุ่มร้อยละ ๓ เพื่อใช้เป็นทุนสำรอง ค่าตอบแทนลูกจ้างและคณะกรรมการเพื่อทำการสาธารณประโยชน์ เช่น สนับสนุนกีฬา บำรุงศาสนา และการอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ทางกลุ่มยังมีกองทุนสำหรับให้สมาชิกกู้ยืม เพื่อจัดหา ซ่อมแซม เครื่องมือทำการประมง และกู้ยืมในยามฉุกเฉินโดยไม่คิดตอกเบี้ยความสำเร็จของโครงการนี้ทำให้มีการขยายเครือข่ายออกไปยังอำเภอใกล้เคียง เช่นอำเภอท้ายเหมือง และอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนา คุณภาพและปริมาณของสัตว์น้ำให้เพียงพอสำหรับการทำประมงตลอดปี โดยชาวบ้านจะรู้ดีว่าที่ไหนมีปะการัง ที่นั่นย่อมมีสัตว์น้ำ และชาวบ้านก็จะมีแหล่งอาหารและแหล่งประมงที่สมบูรณ์ จึงมีการเฝ้าระวังมีให้มีการทำประมงแบบอวนลาก อวนรุนในพื้นที่ ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติได้รับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง นอกจากนั้นยังมีการจัดตั้งธนาคารปูและปลูกป่าชายเลนทดแทน ทำให้ทุกวันนี้ชาวประมงบ้านคลองเคียนอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จังหวัดพังงาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งเมื่อคราว ที่เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดพังงาและต่อเนื่องตลอดมาจนถึงความ ช่วยเหลือในหลาย ๆ ด้านผ่านมูลนิธิชัยพัฒนาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำรีให้จัดตั้งขึ้น และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ในพื้นที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติในจังหวัดพังงาได้รับการอนุรักษ์ ราษฎรได้รับการส่งเสริมให้มีอาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ชาวพังงาจะพร้อมใจกันสืบสานน้อมนำแนวพระราชดำริเพื่อพัฒนาจังหวัดให้ยังยืนต่อไป